HPV ภัยเงียบที่ยังเป็นภาระสุขภาพคนไทย สถานเสาวภา สภากาชาดไทย จับมือ กทม. เตือนคนไทยเลิกคิดว่า ไม่เป็นไร ก่อนความชะล่าใจจะกลายเป็นมะเร็งร้าย - ข่าวเด่นวันนี้ | TODAY HIGHLIGHT NEWS

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Thursday, August 6, 2026

HPV ภัยเงียบที่ยังเป็นภาระสุขภาพคนไทย สถานเสาวภา สภากาชาดไทย จับมือ กทม. เตือนคนไทยเลิกคิดว่า ไม่เป็นไร ก่อนความชะล่าใจจะกลายเป็นมะเร็งร้าย


สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ "HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้" พร้อมกิจกรรม "เต้นให้ฟิต หยุดคิดว่า HPV ไม่เป็นไร" ณ สวนลุมพินี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ส่งตรงองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) พร้อมส่งเสริมแนวการป้องกันโรคด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง การตรวจคัดกรอง และการฉีดวัคซีน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ เอมี่ กลิ่นประทุม ร่วมถ่ายทอดข้อมูลและประสบการณ์จริง

แม้แนวทางการป้องกันโรคจากเชื้อ HPV จะก้าวหน้าไปไกลแล้ว แต่ในบริบทสังคมไทยยังคงมีอุปสรรคสำคัญจากความเขินอายในการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ ความกังวลว่าจะถูกตีตราหรือตัดสินจากสังคม (Social Stigma) รวมถึงความไม่กล้าเข้ารับการตรวจคัดกรอง ส่งผลให้หลายคนละเลยการป้องกันและตรวจพบโรคเมื่อสายเกินไป

แคมเปญ "HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้" จึงมุ่งสร้างจุดเปลี่ยนทางความคิด ให้สังคมตระหนักว่า "ความอายไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการดูแลสุขภาพ" และภัยเงียบอย่าง HPV เป็นเรื่องที่ "คิดว่าไม่เป็นไร...ไม่ได้อีกต่อไป"

HPV เป็นภาระด้านสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยข้อมูล GLOBOCAN 2022 พบว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 2 ในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 8,662 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4,576 รายในแต่ละปี เชื้อ HPV ยังเป็นสาเหตุของมะเร็งอีกหลายชนิดทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ได้แก่ มะเร็งศีรษะและคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงหูดหงอนไก่ สะท้อนว่าความเข้าใจผิด ความอาย และการละเลยการป้องกัน คืออุปสรรคสำคัญในการลดอัตราการเกิดโรคในสังคมไทย

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า "สถานเสาวภา สภากาชาดไทยมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชนวันนี้เราต้องยอมรับว่า สังคมไทยส่วนใหญ่ยังตกอยู่ในภาวะ 'รู้จัก แต่ไม่รู้จริง' เกี่ยวกับเชื้อ HPV หลายคนเห็นประเด็นนี้เป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่ในความเป็นจริง ทุกนาทีทั่วโลกมีคนตรวจพบว่าติดเชื้อ HPV ซึ่งนำไปสู่มะเร็งบางชนิด โดยทั้งชายและหญิง มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายเป็นเวลาหลายสิบปีโดยไม่แสดงอาการ ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง สถานเสาวภา สภากาชาดไทยจึงต้องการรณรงค์ให้คนไทยเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เห็นความสำคัญของการป้องกันโรค การตรวจคัดกรอง และการฉีดวัคซีน เพื่อปกป้องคนไทยทุกเพศทุกวัยอย่างครอบคลุม”

นอกจากนี้ เพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์ในเชิงลึก พญ.สุดา พันธุ์รินทร์ หัวหน้าฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “HPV ติดต่อได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด แม้เคยมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังระหว่างกิจกรรมทางเพศ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ปาก แม้การใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าสามารถติดเชื้อจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะนั้น แทบไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ เพราะเชื้อแพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงเป็นหลัก”

สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อ HPV ได้โดยตรง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ‘การป้องกันก่อนเกิดโรค’ ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
  • การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ไม่มีคู่นอนหลายคนเพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • ฉีดวัคซีน HPV ปัจจุบันป้องกันได้ถึง 5 โรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงหูดหงอนไก่ โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่วัยเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง จากหลักฐานการติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยต่อเนื่อง 20 ปี พบว่าวัคซีน HPV สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลังได้รับวัคซีนครบตามคำแนะนำ
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตัดวงจรการพัฒนาไปสู่ระยะมะเร็งได้
เพื่อเปลี่ยนผ่านความตระหนักรู้ไปสู่การป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม แคมเปญ “HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้” ได้จัดกิจกรรมนำร่อง “เต้นให้ฟิต หยุดคิดว่า HPV ไม่เป็นไร” ณ สวนลุมพินี โดยเปลี่ยนพื้นที่ลานแอโรบิกให้เป็นเวทีสร้างความรู้ว่า นอกจากการออกกำลังกายที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพแล้ว การป้องกัน HPV ยังจำเป็นต้องอาศัยมาตรการป้องกันที่เหมาะสมควบคู่กัน ภายในงานมีบูธให้ความรู้เกี่ยวกับ HPV และการป้องกัน พร้อมบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV DNA Self-Sampling) และกิจกรรมรณรงค์โดย เอมี่ กลิ่นประทุม

เอมี่ กลิ่นประทุม เปิดเผยว่า “เมื่อเข้าวงการใหม่ ๆ เอมี่ไม่เคยคิดว่า HPV จะเกิดขึ้นกับตัวเอง จนกระทั่งตรวจพบเซลล์ผิดปกติที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ความกลัว ความกังวล และความอาย ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียดและติดตามอาการอยู่นานถึง 7 ปี ก่อนตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออกไป ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เอมี่อยากบอกทุกคนว่า HPV ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่เรื่องน่าอาย โรคนี้มักไม่แสดงอาการ หากปล่อยไว้จนสายอาจนำไปสู่มะเร็งได้ วันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก เรามีทั้งวัคซีนHPV ที่เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีทั้งชายและหญิง และมีนวัตกรรมการตรวจคัดกรองที่สะดวกและปลอดภัย การป้องกันและตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อย แต่มีประสิทธิภาพ ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับความเครียดหรือการสูญเสียในวันที่โรคลุกลามไปแล้ว"

ความร่วมมือระหว่างสถานเสาวภา สภากาชาดไทย และกรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการป้องกันโรคจากเชื้อ HPV และลดภาระของโรคในสังคมไทย อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มอบสิทธิบัตรทองให้สตรีไทยอายุ 30–59 ปี และอายุ 15–29 ปีที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ฟรี 1 ครั้ง ทุกๆ 5 ปี โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์และจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ในเมนู "กระเป๋าสุขภาพ” หรือ “Health Wallet"

นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และค้นหาสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ที่www.hpvknownow.com รับชมวิดีโอสาธิตขั้นตอนการตรวจ HPV Self-Sampling ได้ทาง YouTube ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Lm7AJw_X1qQ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ HPV รวมถึงแนวทางการป้องกันเพิ่มเติมที่ www.hpvth.com


ดูภาพประกอบเพิ่มเติม:


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Pages